แชร์

เปิดโผ 5 กลุ่มเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ (Non-drug) กำไรต่อชิ้นสูง ที่ร้านยาเปิดใหม่ควรมีติดเชลฟ์

อัพเดทล่าสุด: 31 ส.ค. 2026
48 ผู้เข้าชม
เปิดโผ 5 กลุ่มเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ (Non-drug) กำไรต่อชิ้นสูง ที่ร้านยาเปิดใหม่ควรมีติดเชลฟ์
สรุปข้อมูลเบื้องต้น
  • โครงสร้างกำไร: สินค้ายาแผนปัจจุบันมีเพดานราคาควบคุมและ Margin เฉลี่ยอยู่ที่ 1020% ในขณะที่กลุ่มเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ (Non-drug) ทำกำไรขั้นต้นได้สูงถึง 3560%
  • 5 กลุ่มสินค้าดาวเด่น: 1) เครื่องตรวจวัดสุขภาพประจำบ้าน 2) เวชภัณฑ์ดูแลบาดแผลขั้นสูง 3) อุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อและข้อต่อ 4) เวชภัณฑ์แม่และเด็ก 5) เวชสำอางและฟื้นฟูผิวเฉพาะทาง
  • กลยุทธ์สร้างยอดขาย: เพิ่มมูลค่าต่อตะกร้าด้วยเทคนิค Cross-selling คู่กับยากลุ่มหลัก จัดผังเชลฟ์ตามปัญหาสุขภาพ (Symptom-based Display) และควบคุมสต็อกด้วยระบบ FIFO

สำหรับผู้ประกอบการและเภสัชกรที่กำลังเริ่มต้นเปิดร้านขายยา ความท้าทายสำคัญในช่วงแรกคือ "การสร้างกระแสเงินสดและผลกำไร" เนื่องจากยารักษาโรคทั่วไปมักมีการแข่งขันด้านราคาสูงและมีมาร์จิ้นค่อนข้างบาง

หัวใจสำคัญในการดันยอดขายและเพิ่มกำไรสุทธิต่อบิล คือการจัดสรรพื้นที่เชลฟ์ให้กับ สินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่ยา (Non-drug) โดยเฉพาะเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น ผู้บริโภคยอมรับราคาได้ง่ายหากตอบโจทย์ด้านคุณภาพ และที่สำคัญคือสร้าง Margin ต่อชิ้นได้สูงกว่ายาหลายเท่าตัว

5 กลุ่มสินค้า Non-drug กำไรต่อชิ้นสูงที่ร้านเปิดใหม่ต้องมี

1. อุปกรณ์ตรวจวัดและติดตามสุขภาพประจำบ้าน

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันหันมาเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการตรวจติดตามอาการเบื้องต้นด้วยตนเองมากขึ้น

  • สินค้าแนะนำ: เครื่องวัดความดันโลหิตดิจิทัล, เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด, แถบตรวจและเข็มเจาะ, เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว, ปรอทวัดไข้ดิจิทัลอินฟราเรด
  • ช่วง Margin: 30-45%
  • จุดเด่น: นอกจากตัวเครื่องที่เป็นสินค้า High-ticket มีกำไรต่อหน่วยสูงแล้ว ยังสร้างรายได้สม่ำเสมอจากการซื้อซ้ำของอุปกรณ์สิ้นเปลือง เช่น แถบตรวจน้ำตาลและเข็มเจาะ

2. เวชภัณฑ์ดูแลบาดแผลชนิดพิเศษ

การทำแผลในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่น้ำเกลือ สำลี และพลาสเตอร์ยาธรรมดา แต่ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้แผลหายเร็ว ลดความเจ็บปวด และป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น

  • สินค้าแนะนำ: แผ่นปิดแผลไฮโดรคอลลอยด์, แผ่นโฟมซับน้ำเหลือง, ฟิล์มใสกันน้ำสำหรับปิดแผลผ่าตัด, แผ่นแปะซิลิโคนเจลลดรอยแผลเป็น, สเปรย์พ่นล้างแผลแอนตี้เซปติก
  • ช่วง Margin: 40-60%
  • จุดเด่น: ผู้ซื้อมีความเต็มใจจ่ายสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือหลังการผ่าตัด เพราะต้องการความสะดวกและประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิว

3. อุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และกระดูก

กลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่เผชิญภาวะ Office Syndrome และกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเสื่อม เป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่มองหาอุปกรณ์ช่วยบรรเทาอาการทันที

  • สินค้าแนะนำ: เข็มขัดพยุงหลัง, ปลอกพยุงเข่าและข้อเท้า, ปลอกสวมพยุงข้อมือสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์, เฝือกอ่อนพยุงคอ, ถุงเท้ากระชับลดเส้นเลือดขอด
  • ช่วง Margin: 45-60%
  • จุดเด่น: สินค้ามีมูลค่าต่อชิ้นสูง การให้คำแนะนำขนาดที่ถูกต้องจากเภสัชกรช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและปิดการขายได้ง่าย

4. เวชภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กเกรดการแพทย์

พ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อยเป็นอันดับแรก และเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อราคาน้อยที่สุด

  • สินค้าแนะนำ: สเปรย์หรือน้ำเกลือพ่นล้างจมูกทารก, เครื่องดูดน้ำมูกระบบสุญญากาศ, แผ่นเจลแปะลดไข้เด็ก, ครีมทาผื่นผ้าอ้อม, ครีมปกป้องหัวนมแตกสำหรับคุณแม่ให้นม
  • ช่วง Margin: 35-50%
  • จุดเด่น: ลูกค้ากลุ่มนี้มีความภักดีต่อตราสินค้าสูง หากใช้แล้วได้ผลดีจะเกิดการซื้อซ้ำตลอดช่วงวัยของเด็ก

5. เวชสำอางและผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวเฉพาะทาง

ร้านขายยาคือจุดหมายหลักของผู้มีปัญหาผิวหนังที่ไม่ต้องการไปพบแพทย์ผิวหนัง หรือต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลต่อเนื่อง

  • สินค้าแนะนำ: ครีมบำรุงสำหรับผิวผื่นแพ้และเซ็บเดิร์ม, ครีมทาบำรุงผิวเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน, โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย, ครีมกันแดดสูตรฟิสิคัล
  • ช่วง Margin: 40-55%
  • จุดเด่น: สินค้ากลุ่มนี้กระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำเป็นประจำทุกเดือน สร้าง Lifetime Value (LTV) ให้กับร้านได้อย่างยั่งยืน

เทคนิค Cross-selling: สูตรจับคู่สินค้าเพิ่มยอดขายต่อบิล

การวางสินค้าไว้บนเชลฟ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การเพิ่มยอดขายให้เติบโตต้องอาศัยเทคนิคการจับคู่แนะนำระหว่างยากลุ่มหลักและสินค้า Non-drug:

  • กลุ่มโรคเรื้อรัง (NCDs): เมื่อลูกค้ามารับยาลดความดันหรือยาเบาหวาน ให้แนะนำเครื่องตรวจวัดสุขภาพที่บ้านเพื่อบันทึกผลประกอบการรักษา
  • กลุ่มแผลสดและอุบัติเหตุ: ควบคู่กับการจ่ายยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบ ให้แนะนำแผ่นปิดแผลกันน้ำและซิลิโคนเจลป้องกันแผลเป็น
  • กลุ่มปวดกล้ามเนื้อ: เมื่อลูกค้าซื้อยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวด แนะนำอุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อควบคู่กับเจลประคบร้อน-เย็น

กลยุทธ์การจัดผังเชลฟ์ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ

กลยุทธ์การจัดผังเชลฟ์ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ

การออกแบบพื้นที่ภายในร้านมีผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อของลูกค้าโดยตรง:

  1. จัดหมวดหมู่ตามปัญหาสุขภาพ: จัดวางอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ไว้ในโซนเดียวกับกลุ่มอาการ เช่น โซนดูแลข้อและกระดูก โซนแม่และเด็ก เพื่อให้ลูกค้าเห็นทางเลือกการรักษาที่ครบวงจร
  2. ใช้พื้นที่ระดับสายตา: วางสินค้า Non-drug ที่มีมาร์จิ้นสูงในระดับความสูง 120160 เซนติเมตรจากพื้น ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นและหยิบจับง่ายที่สุด
  3. จัดมุมสาธิตและทดลองสินค้า: สำหรับอุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อหรือเครื่องวัดความดัน ควรมีตัวอย่างให้ทดลองสวมใส่หรือทดสอบใช้งานจริง เพื่อลดความลังเลใจก่อนซื้อ

การบริหารสต็อกสินค้า Non-drug ไม่ให้เงินจม

แม้สินค้ากลุ่มนี้จะมีมาร์จิ้นสูง แต่สินค้าบางประเภทอาจมีอัตราการหมุนเวียนช้ากว่ายาแผนปัจจุบัน ดังนั้นร้านเปิดใหม่ควรบริหารจัดการสต็อกอย่างรัดกุม:

  • ใช้หลักการ ABC Analysis: คัดเลือกสินค้ากลุ่ม A (หมุนเวียนเร็ว กำไรดี เช่น พลาสเตอร์กันน้ำ, แผ่นเจลลดไข้) ให้มีสต็อกสำรองเสมอ ส่วนสินค้ากลุ่ม C (ราคาสูง หมุนเวียนช้า เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน, รถเข็น) ให้เน้นสต็อกแบบสั่งตามออเดอร์
  • ตรวจสอบอายุการเก็บรักษา: เวชภัณฑ์ปลอดเชื้อและแถบตรวจน้ำตาลมีวันหมดอายุ ต้องจัดเรียงสต็อกแบบ First-In First-Out (FIFO) อย่างเคร่งครัด
  • เลือกพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ: เลือก Supplier ที่มีเงื่อนไขการสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ) ไม่สูงเกินไป และมีนโยบายรับประกันหรือเปลี่ยนคืนสินค้าที่มีปัญหาด้านการทำงานชัดเจน

แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ

ทลายขีดจำกัดกำไรบาง! อัปสเกลร้านยาของคุณด้วยเวชภัณฑ์ Non-drug มาร์จิ้นสูง การสร้างกระแสเงินสดสำหรับร้านยาเปิดใหม่ ไม่ได้จบแค่การขายยาแผนปัจจุบัน แต่คือการจัดพอร์ตสินค้าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์เพื่อทำ Cross-selling ควบคู่กัน ให้เราเป็นพันธมิตรจัดหาสินค้าและ ขายส่งยา แบบครบวงจรให้กับคุณ ด้วยเครือข่ายที่พร้อมซัพพอร์ตร้านขายยา ในราคาส่งที่คุ้มค่าและเป็นธรรม ช่วยให้คุณมีสินค้ากลุ่มทำกำไร (High Margin) พร้อมจัดวางบนเชลฟ์เพื่อตอบโจทย์สุขภาพของชุมชนได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องต้นทุนบานปลาย

ร้านขายเวชภัณฑ์


บทความที่เกี่ยวข้อง