เจ็บคอกินยาอะไรดี? รวมวิธีเลือกยาแก้เจ็บคอเบื้องต้นและการดูแลตัวเองให้หายไว
อัพเดทล่าสุด: 28 ม.ค. 2026
32 ผู้เข้าชม

หากมีอาการเจ็บคอเบื้องต้น ควรใช้ ยาแก้ปวดพาราเซตามอล เพื่อลดอาการระคายเคือง ร่วมกับ สเปรย์พ่นคอ (Throat Spray) หรือ ยาอม (Lozenges) ที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อหรือยาแก้อักเสบเพื่อบรรเทาอาการตรงจุด ทั้งนี้ อาการเจ็บคอกว่า 80% เกิดจากไวรัส จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) เว้นแต่จะมีอาการไข้สูงและมีหนองในลำคอ
1. เจ็บคอแต่ละประเภท ต้องเลือกกินยาแบบไหน?
การเลือกยาที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและอาการร่วม ตามข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยาแก้เจ็บคอที่นิยมใช้มี 3 กลุ่มหลัก:
ยาแก้ปวดและลดการอักเสบ (Analgesics & Anti-inflammatory)
หากคุณมีไข้ร่วมกับอาการเจ็บคอ ยาในกลุ่มนี้จะช่วยลดทั้งความเจ็บปวดและการอักเสบในลำคอได้- Paracetamol: ช่วยลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บคอระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- Ibuprofen: หากเจ็บคอมากจนกลืนลำบาก ยาในกลุ่ม NSAIDs จะช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อในลำคอได้ดีกว่า (ควรปรึกษาเภสัชกรเนื่องจากมีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหาร)
ยาอมแก้เจ็บคอ (Lozenges)
ยาอมช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำลายเพื่อลดความแห้งในลำคอ โดยยาอมบางชนิดจะมีส่วนผสมของ ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) หรือ ยาแก้อักเสบ (Flurbiprofen) เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดได้โดยตรง- กลุ่มสมุนไพร/เมนทอล: ช่วยให้รู้สึกเย็น สบายคอ ลดอาการไอ
- กลุ่มที่มีตัวยาระงับเชื้อ: ช่วยลดจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ในปากและลำคอ
- กลุ่มที่มีตัวยาแก้อักเสบ (เช่น Flurbiprofen): ช่วยลดอาการเจ็บปวดจากการอักเสบได้ตรงจุดมากกว่ายาอมทั่วไป
สเปรย์พ่นคอ (Throat Sprays)
เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะออกฤทธิ์เร็วและตรงจุด- สเปรย์จากสารสกัดธรรมชาติ: เช่น สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ (Kamillosan), ฟ้าทะลายโจร หรือโพรโพลิส (Propolis) ช่วยลดการอักเสบและลดแบคทีเรีย
- สเปรย์ที่มีส่วนผสมของยาชาหรือยาแก้อักเสบ (เช่น Benzydamine): ช่วยลดอาการเจ็บคอได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่เจ็บคอมากจนกลืนอาหารลำบาก

2. ตารางสรุป: เลือกยาแก้เจ็บคอให้เหมาะกับอาการ
| ประเภทของยา | เหมาะกับอาการแบบไหน? | จุดเด่น |
| ยาพาราเซตามอล | มีไข้ต่ำๆ และเจ็บคอเล็กน้อย | ปลอดภัย หาซื้อง่าย |
| ยาอม Flurbiprofen | เจ็บคอมาก คอแดงอักเสบ | ลดปวดอักเสบได้ตรงจุด |
| สเปรย์พ่นคอ Propolis | ระคายคอ เริ่มมีอาการไอ | สารสกัดธรรมชาติ ใช้ง่ายบ่อยครั้ง |
| สเปรย์พ่น Benzydamine | เจ็บคอมากจนกลืนน้ำลายลำบาก | ออกฤทธิ์ไว ช่วยลดบวม |
3. วิธีดูแลตัวเองให้หายเจ็บคอไวขึ้น (Experience-Based Tips)
หากอาการไม่รุนแรง คุณสามารถดูแลตัวเองตามคำแนะนำของ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ดังนี้:- กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ: ผสมเกลือครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้ว กลั้วคอวันละ 3-4 ครั้ง น้ำเกลือจะช่วยดึงความชื้นออกจากเนื้อเยื่อที่บวมและช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางส่วน
- จิบน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาว: น้ำผึ้งมีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ ส่วนมะนาวช่วยละลายเสมหะ
- พักผ่อนเสียง: หลีกเลี่ยงการตะโกนหรือใช้เสียงมากเกินไปในช่วงที่คออักเสบ
- งดของทอดและของเย็น: อาหารมันและน้ำเย็นอาจทำให้ระคายเคืองคอมากขึ้นและกระตุ้นการไอ
4. เจ็บคอระดับไหน? ที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
ตามเกณฑ์ของ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ หากคุณมีอาการ "Red Flags" ต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที:- มีไข้สูงเกิน 38 องศา ติดต่อกันเกิน 2-3 วัน
- มีจุดหนองสีขาวหรือเทาที่ต่อมทอนซิล
- หายใจลำบาก หรือกลืนน้ำลายไม่ได้เลย
- ต่อมน้ำเหลืองที่คอมีอาการบวมโตและกดเจ็บ
- เสียงแหบติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์
5. ข้อควรระวัง: อย่ากินยาฆ่าเชื้อ (Amoxicillin) พร่ำเพรื่อ
ข้อมูลจากโครงการ Antibiotics Smart Use (ASU) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า อาการเจ็บคอ 80% หายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อจะนำไปสู่ภาวะ "เชื้อดื้อยา" ทำให้ในอนาคตเมื่อเจ็บป่วยรุนแรงจะหาทางรักษาได้ยากขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
การเดินทางเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเตรียมยาสามัญประจำเที่ยว



